วันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2552

freitag compost bags





ใครที่รู้จัก Freitag คราวนี้เค้ามาอย่างเท่ จัดนิทรรศการ แจกถุง แล้วเอาขยะมารวมกัน
เพื่อรณรงค์ให้คนรู้จักการรีไซเคิล และลดขยะในโลกเรา compost หรือขยะสด เป็นจุดเริ่มต้นของนิทรรศการนี้
100 designers ออกแบบถุง 100 ใบ แล้วแจกให้แขกที่มาละเทียนรับถุงภายในงาน
โดยมีเงื่อนไขว่า จะต้องนำขยะสดของตนมา ทิ้งที่ compost bin ในแกลอรี่
แต่แอบสงสัยว่า มีขยะหมุนอยู่ตลอดสามเดือนในนั้น ไม่กล้าคิดว่ากลิ่นจะเป็นยังไงจิงๆ

เพิ่มเติมตามลิงค์เลยจ้า
http://www.designboom.com/weblog/cat/26/view/7781/freitag-compost-bags.html

วันอังคารที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

คนขายก็ไม่ให้ คนซื้อก็ไม่เอา

วันนี้ได้เจอกับเรื่องเล็กๆที่ประทับใจ
ณร้านเจ็ด สิบเอ็ด สาขา จามจุรีแสควร์
เราก็เดินเข้าไปหาของกินประทังความหิว
ระหว่างเดินเลือกของอยู่ก็จะได้ยินเสียง แจ๋วๆของ น้องสาวพนักงานคิดเงิน
พูดกับลูกค้าว่า "ใส่ถุงมั้ยคะ"
พอถึงคิวเราจ่ายตังค์บ้าง น้องเค้าก็พูดอย่างนี้อีก

ในฐานะที่เป็นคนขาย กับคนซื้อ เมื่อร่วมใจกันลดการเอาถุงของร้านเจ็ด สิบเอ็ดใบเล็กมาได้ซักหนึ่งใบ หลายๆคนเข้าขยะก็คงหดไปมากโข

เดี๋ยวนี้คำว่า ไม่ต้องใส่ถุงค่ะ กลายเป็นคำพูดฮิตติดปากไปเลยนะเออ :)

วันพุธที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2552

ให้ทุกวันเป็นวันของโลก



เผลอแว้บเดียว วันคุ้มครองโลก (Earth Day) เวียนมาอีกแล้ว
ก็ได้อากู๋ (เกิ้น) เนี่ยแหละ...ช่วยเตือนความจำ
โดยเฉพาะโลโก้ปีนี้ โอ้โห..สวยเขียวดูมีชีวิตชีวามากๆ
เมื่อเปรียบเทียบกับที่ออกมาอวดโฉมเมื่อปี 2550 และ 2551

เราคงไม่เขียนถึงที่มาของวันคุ้มครองโลกหรอกนะ
เพราะเคยเขียนไว้ในหน้านี้แล้ว
แค่อยากชวนคุย ชวนทำกิจกรรมหนุกๆ เท่านั้น

โดยส่วนตัว...เราคิดว่า ตอนนี้โลกป่วยหนักแล้วแหละ
จะมาคุ้มครองกันแค่ปีละวันคงไม่ไหว
อุปมาเหมือนคนไข้ขึ้นสูง
จะเช็ดตัวแค่วันละครั้งคงชักแหงกๆ ซะก่อน
ต้องเยียวยาโดยด่วน ทั้งเช็ดตัวทุกชั่วโมง ดื่มน้ำเยอะๆ
และทานยาลดไข้...ไปพร้อมๆ กัน

ก็เลยอยากชวนเพื่อนพ้องน้องพี่
มาช่วยกันทำให้ทุกๆ วันเป็นวันของโลก
ด้วยวิธีการง่ายๆ แต่ต้องมีสัญญาใจว่าจะลงมือจริง
นั่นคือ...พยายามลดรอยตีนฝากโลกอย่างน้อยวันละ 1 รายการ
เช่น
ถ้าเมื่อวาน ลงมือปลูกต้นไม้
วันนี้ ก็พกกระติกน้ำ
พรุ่งนี้ หันมาหิ้วปิ่นโต
วันถัดไป งดใช้รถยนต์ส่วนตัว
วันถัดไปอีก ก็ลองทำน้ำหมักชีวภาพ
...อะไรทำนองนี้
(แต่ถ้าเป็นพวกเขียวเข้ม ทำได้มากกว่าวันละอย่างก็ยิ่งเจ๋ง)

เพื่ออะไรหนะเหรอ...?
เพื่อให้ทุกวันเป็นวันของโลกไงเล่า
เพราะถ้าไม่มีโลก ก็คงไม่มีเราทุกๆ คน

วันอาทิตย์ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2552

หมักหมมจนได้ดี



แดดร่มลมตกวันนี้ ณ บ้านนนทบุรี เราสองพี่น้องก็ได้ลงมือทดลองทำน้ำหมักชีวภาพซักทีค่ะ เริ่มจาก เอาถังพลาสติกมาหนึ่งใบ (เป็นถังผงซักฟอกที่ใช้หมดแล้ว) เค้าบอกว่าห้ามใช้ถังโลหะเพราะเป็นกรดและจะกัดโลหะ ใส่สารเชื้อจุลินทรีย์ลงไปหนึ่งซอง และใส่กากน้ำตาลลงไปอีกเท่าๆกัน (หาซื้อได้ตามที่ขายอาหารมังสวิรัติที่จตุจักร หรือเลม่อนฟาร์ม) และเติมน้ำ50เท่า จากนั้นก็ใส่เศษผักที่สับแล้วลงไปและปิดฝาไว้ ก็ยังไม่แน่ใจว่าจะออกมาหัวหรือก้อย จะผิดพลาดหรือถูกต้อง ก็ต้องลองดู


เค้าว่ากันว่า น้ำหมักชีวภาพเป็นของวิเศษ ใส่ลงในชักโครกก็ไม่ต้องเรียกรถมาดูดส้วม ล้างห้องน้ำก็สะอาดปลอดสารเคมี รดน้ำต้นไม้ก็ไม่มีแมลงกินและออกดอกผลงอกงามดี

เคยได้ข่าวคราวว่าบางชุมชนที่อาศัยอยู่ริมฝั่งน้ำที่นับวันจะเน่าเหม็น
ขึ้นเรื่อยๆ มีการร่วมใจกันทำน้ำหมักชีวภาพแล้วช่วยกันเทลงแม่น้ำลำคลองให้มันช่วยย่อยสบาย ผลปรากฎว่าน้ำเน่าเหม็นน้อยลงและสะอาดมากขึ้นเรื่อยๆ
เดี๋ยวนี้ถึงขนาดว่าบ้านไหนไม่ทำเนี่ย เชยยยยยยยยยยยยยยยสุดๆ
(ตอนเปิดขวดกากน้ำตาลหรือเค้าเรียกว่าโมลาส ฝาขวดพุ่งออกมาแรงมากหยั่งกะเปิดแชมเปญแหนะ ไม่รู้ว่าของเสียหรือเปล่าถึงเป็นแบบนั้น ถึงตอนนี้ก็ได้แต่ลุ้น)
ส่วนใครอยากลองบ้างแต่ทำไม่เป็น นี่เลย youtube เค้าจัดให้ค่ะ

วันเสาร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2552

สร้างกระแสซื้อกาแฟไม่เอาฝา

วันนี้ไปสวนเงินมีมา
เซอร์ไพรส์ได้เจอกับป้ายนี้ที่ร้านกาแฟในนั้น โอ้เห็นแล้วดีใจ เลยเอามาลงให้ได้ชมกันครับ

วันอังคารที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2552

ภัยแล้ง

คนกรุงน่าจะได้ยินคำนี้บ่อยๆจากข่าวทีวี วิทยุ หรือ หนังสือพิมพ์
แต่พวกเราจะเข้าใจมันแค่ไหน ในเมื่อเปิดตู้เย็นก็มีน้ำเย็นเจี๊ยบ เปิดก๊อกน้ำก็ไหลไม่อั้น
ข่าวว่ากันว่าภัยแล้งปีนี้จะใหญ่หลวงนัก ชาวนาเริ่มต้องซื้อเอาน้ำประปาลงที่นา บางที่ก็บอกว่าปีนี้ไม่ต้องหวังพืชผล บางพื้นที่ไม่มีน้ำจืดอาบ ต้องอาบน้ำเค็มก่อนแล้วราดน้ำจืดตามเพียงขันเดียว

ช่วยกันใช้น้ำอย่างเห็นค่า แล้วคิดถึงใบหน้าเพื่อนพี่น้องที่ไม่มีน้ำใช้กันด้วยนะคะ

วันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

วันเดียวเที่ยวเกาะเกร็ด

เพิ่งไปปั่นจักรยานรอบเกาะเกร็ดเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
เจอเหตุการณ์คล้า่ยๆ กับคนข้างล่างที่ไปเดินสวนจตุจักร
เลยอยากเอามาแปะไว้ที่นี่

ทอดมันหน่อกะลา...เป็นของขึ้นชื่อที่เกาะเกร็ด
ถ้าพลาดกินก็คงเหมือนมาไม่ถึงเกาะเกร็ด
สองข้างทางมีร้านแผงลอยขายทอดมันหน่อกะลาเยอะมาก
เราไม่รู้หรอกว่า ร้านไหนอร่อย
ก็เลยเลือกซื้อจากประเภทของภาชนะ
ร้านค้าส่วนใหญ่ใช้ถ้วยโฟม
ต้องอดทนหาจนเจอร้านที่ใช้กระทงใบตองถึงได้ชิม

จริงๆ แล้วใช้กระทงใบตองน่าจะประหยัดเงินมากกว่า
แต่ก็นั่นแหละ พ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่เลือกความสะดวกรวดเร็ว
ประหยัดเวลาก็เท่ากับการลดต้นทุนของเขาด้วย...มั้ง
เลยพากันเมินภาชนะที่ต้องมาเสียเวลานั่งตัดนั่งเย็บ
ขยะโฟมจึงล้นเกาะเกร็ด (และย่านที่มีนักท่องเที่ยวพลุกพล่าน) ด้วยประการฉะนี้

ปล. ไม่มีภาพขยะถ้วยโฟมและกระทงใบตองมาให้ดู
แต่ขอยืนยันว่าเป็นเรื่องจริงทุกประการ :)

วันอาทิตย์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2551

วันหนึ่งที่ตลาดนัดจตุจักร

เมื่อเราอยากกินไส้กรอก ขนมกุยช่าย และไก่ทอดที่จตุจักร แต่ก็พบว่า 100% ของร้านทั้งหมดบรรจุสิ่งที่เราอยากกินไว้ในถ้วยโฟมสีขาว มีหลายขนาด เดี๋ยวนี้ก๋วยเตี๋ยวยังใส่ชามโฟมเลย

นี่เป็นถังขยะหนึ่งใบเต็มไปด้วยโฟม โฟม และโฟม ที่นั่นมีหลายร้อยใบได้มั้ง เฉพาะจุดนี้ก็สี่ห้าใบไปแล้ว


ส่วนอันนี้คือพลาสติกทั้งหลาย
สุดท้ายก็ตัดสินใจกินอันนี้ ทั้งที่ไม่อยากกินเท่าไหร่ แต่ว่าอยากกินอาหารอะไรสักอย่าง(งงไหม)
โอเค แม้จะมาในกะลามะพร้าวสุดฮิป แต่ว่าไอติมกะทิลูกละ 25 บาทก็แพงอยู่ทีเดียว
และยังไงก็ตาม มันก็มีช้อนพลาสติกมาอยู่ดี
อ้อ! แถมน้ำมะพร้าวในแก้วพลาสติกด้วย


เอ สรุปแล้ว
กินไอติมดีกว่ากินไส้กรอก ลูกชิ้น กุยช่าย หรือเปล่านะเนี่ย

วันพุธที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2551

walking culture

วันนี้ขอมาสร้างกระแสการเดิน เดิน เดิน :)
เดิน จากออฟฟิศไปปากซอย
เดิน จากบ้านไปรถใต้ดิน
เดิน จากสามย่านไปสยาม
เดิน จากสยามไปชิดลม
เดินจากชั้นหนึ่ง ไปชั้นสาม

เดิน แล้วได้เจออะไรตามทาง
เดิน แล้วได้ออกกำลัง
เดิน แล้วได้ช่วยบอกทางนักท่องเที่ยว
เดิน แล้วได้ใจเย็นๆ
เดิน แล้วลดโลกร้อน
เดิน ประหยัดน้ำมัน
เดิน ประหยัดกระตังค์
เดิน กันเต๊อะ

วันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2551

ของเสียเหลือศูนย์

เรามีการจัดการขยะแบบง่ายๆ ที่บ้าน และสามารถช่วยลดขยะได้มากพอควร ดังนี้


๑.าหาร ขนม ที่มี ซอง กล่อง หรือบรรจุภัณฑ์พลาสติกต่างๆ เมื่อรับประทานเสร็จแล้ว เราจะนำบรรจุภัณฑ์เหล่านั้นไปล้างในครัวและใช้สกอตไบท์ขัดถูคราบให้เรียบร้อย


๒. เมื่อสะอาดแล้วเราก็หนีบด้วยไม้หนีบตามถังแยกที่เตรียมไว้ เช่น ถังสำหรับ พลาสติก วัสดุผสม กระดาษ เป็นต้น

๓.เมื่อถังเริ่มล้น ...
เราก็จัดการขนถังเหล่านั้นไปส่งที่โรงแยกขยะในโรงเรียนของเรา






๔.สำหรับเศษอาหาร หรือ วัสดุธรรมชาติ
เราก็เทลงในถังย่อยสลายง่าย ที่เตรียมไว้นอกบ้าน ...เทน้ำหมักชีวภาพเพื่อลดกลิ่นไม่พึงประสงค์และกองทับด้วยใบไม้(มักมีหอยทากหรือสัตว์อื่นๆ มากินอาหารที่นี่บ่อยๆ :) )

๕. เมื่อเราซื้ออาหารมาทานในบ้าน

เราจะใช้ปิ่นโตบรรจุอาหารแทนโฟม หรือ กล่องพลาสติกเพื่อลดขยะในบ้าน
เราทำมากันมาเป็นเวลานานจนชินแล้ว
ซึ่งถ้าใครต้องการจะทำตาม
ผมคิดว่าอาจจะง่ายกว่าที่คิดอีก
ขอให้ช่วยกันลดขยะเพื่อ...
โลกที่สดใส ของเราด้วยครับ

เขียนโดย
ด.ช.ธรรมชาติ จันทพลาบูรณ์ (แจม) ป.๕/๑
ร่วมแสดงแบบ
ด.ญ.น้ำใจ จันทพลาบูรณ์ (เจลลี่) ป.๔/๒
และ คุณยายแอ้ว
ช่างภาพ
คุณแม่นันทินี จันทพลาบูรณ์ (แม่อ้อ)

เยี่ยมชม โครงการของเสียเหลือศูนย์ โรงเรียนรุ่งอรุณได้ที่นี่ค่ะ
http://ra.zerowaste.googlepages.com/milestone

วันพฤหัสบดีที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2551

ยากิโซบะ

เมื่อเพื่อนฝากซื้อยากิโซบะ...
พอไปถึงร้าน เอ่อ... เค้าใส่กล่องโฟมง่า วงเล็บนอกจากจะผิดกฏเหล็กแล้ว กล่องโฟมเมื่อใส่อาหารร้อนๆยังทำให้เกิดสารก่อมะเร็งติดมากับอาหารอีกโด้ยเด้อ
เรา -- เอ่อ มีอย่างอื่นใส่แทนกล่องโฟมมั้นคะ
คนขาย -- ไม่มีอ่ะค่ะ
เรา -- เอ่อ เอาไงดีฟ่ะ ไม่ได้กินเองซะด้วย
คนขาย -- แต่เราห่อฟอยล์ก่อนใส่กล่องโฟมนะคะ ไม่อันตราย
เรา -- งั้นเอาสองห่อยัดในกล่องเดียวกันได้เปล่าคะ
คนขาย -- เอ่อ จะลองพยายามนะคะ มันอาจจะเละได้
...ยืนดูเค้าห่อฟอยล์ซะแน่นหนา
เรา -- โทดนะคะ ห่อแบบนี้ ไม่ต้องใส่กล่องแล้วหล่ะค่ะ
คนขาย -- ได้ค่ะได้ (คงคิดในใจว่า ยอมๆมันไปเหอะ อารายนักหนาฟ่ะ)

....ในที่สุดก็ไม่ต้องพึ่งกล่องโฟม ฟิ้ว...

วันพฤหัสบดีที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2551

ลองเปลี่ยนพฤติกรรมอันเคยชิน

เพื่อนๆเป็นกันบ้างมั้ยคะ
ไอ้โรคอาบน้ำอุ่นแล้วเปิดแอร์แต่นอนห่มผ้าหนาๆ
เมื่อนานมาแล้วเราก็เป็นคนหนึ่งที่นอนห้องแอร์ทุกคืน แล้วก็เคยคิดว่าคงนอนไม่หลับถ้าไม่มีแอร์ คงร้อนตายแน่

แต่รู้ไหมคะ ร่างกายคนเราแสนฉลาด มันสามารถค่อยๆปรับตัวไปตามสภาพที่มันเป็นอยู่ ยกตัวอย่างเช่น คนฟินแลนด์มาอยู่ประเทศไทยได้ซัก 3 เดือน เค้าจะชินกับอากาศแบบบ้านเราและอาจจะบ่นว่าหนาวถ้าไปเที่ยวเชียงใหม่ด้วยซ้ำ

ปัจจุบันนี้ เรานอนไม่เปิดแอร์ และไม่อาบน้ำอุ่นมา ประมาณสี่ ถึงห้าปีแล้วค่ะ ร่างกายเราจะค่อยๆปรับได้จริงๆนั่นแหละ
อีกอย่างทุกวันนี้คนทำงานอย่างเราๆ ก็ต้องนั่งในห้องแอร์ตอนกลางวันไม่ต่ำกว่าวันละ 6 ชั่วโมงแล้ว
หากบ้านใครอยู่ชานเมือง ลองเปิดหน้าต่างซักหน่อยแล้วเปิดพัดลมเบาๆดูซิคะ

มารักษาโรคอาบน้ำอุ่นแล้วเปิดแอร์แต่นอนห่มผ้าหนาๆ กันนะคะ

วันอังคารที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2551

แค่เราเปลี่ยนโลกก็(น่า)จะเปลี่ยน


ได้พิสูจน์การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้โดยการเริ่มที่ตนเอง
หลังจากตัดสินใจซื้อกระติกน้ำพลาสติกเมื่อสี่เดือนก่อน
และนำติดตัวไปทุกที่ทุกเวลา

ด้วยเป็นคนชอบทานกาแฟก็เลยนำกระติกไปซื้อกาแฟ
ทุกที่และทุกวัน โดยเฉพาะที่มหา'ลัย
และแล้วจากตอนแรกมีเราแก้วเดียวก็มีคนอื่นๆ ตามมา
เพื่อนๆ และเจ้าหน้าที่ ที่คณะ

ในที่สุดความเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้นเมื่อที่ร้านกาแฟเห็นว่า
พวกเรานำแก้วมาซื้อน้ำร้านเขา ทำให้ลดปริมาณแก้วพลาสติก
และลดต้นทุนของเขาด้วย จึงออกโปรโมชั้นสำหรับเด็กดีที่นำแก้วมาซื้อกาแฟ

ด้วยการลดราคาให้ผู้ที่นำแก้วมาเอง แก้วละ 2 บาท
นับเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่มากสำหรับเรา
และเริ่มเห็นคนอื่นๆ ที่เห็นป้ายนี้ก็สนใจอยากได้ลดราคาบ้าง

นับเป็นเครื่องยืนยันที่ดีว่าถ้าเราต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแล้วล่ะก็
ต้องเริ่มที่ตัวเราเองก่อน

วันศุกร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2551

เพลงของคนสวน

Down to Earth
Wall-E OST


Did you think that your feet had been bound
By what gravity brings to the ground?
Did you feel you were tricked
By the future you picked?
Well, come on down

All those rules don’t apply
When you’re high in the sky
So, come on down
Come on down

We’re coming down to the ground
There’s no better place to go
We’ve got snow up on the mountains
We’ve got rivers down below

We’re coming down to the ground
We hear the birds sing in the trees
And the land will be looked after
We send the seeds out in the breeze

Did you think you’d escaped from routine
By changing the script and the scene?
Despite all you made of it
You’re always afraid
Of the change

You’ve got a lot on your chest
Well, you can come as my guest
So come on down
Come on down

We’re coming down to the ground
There’s no better place to go
We’ve got snow up on the mountains
We’ve got rivers down below

We’re coming down to the ground
We hear the birds sing in the trees
And the land will be looked after
We send the seeds out in the breeze

Like the fish in the ocean
We felt at home in the sea
We learned to live off the good land
Learned to climb up a tree
Then we got up on two legs
But we wanted to fly
When we messed up our homeland
We set sail for the sky

We’re coming down to the ground
There’s no better place to go
We’ve got snow up on the mountains
We’ve got rivers down below

We’re coming down to the ground
We hear the birds sing in the trees
And the land will be looked after
We send the seeds out in the breeze

We’re coming down
Coming down to Earth
Like babies at birth
Coming down to Earth
We’re gonna find new priorities
These are extraordinary qualities

We’re coming down to the ground
There’s no better place to go
We’ve got snow up on the mountains
We’ve got rivers down below

We’re coming down to the ground
We hear the birds sing in the trees
And the land will be looked after
We send the seeds out in the breeze

We’re coming down to the ground
There’s no better place to go
We’ve got snow up on the mountains
We’ve got rivers down below

We’re coming down to the ground
We hear the birds sing in the trees
And the land will be looked after
We send the seeds out in the breeze

We’re gonna find new priorities
These are extraordinary qualities

วันพุธที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2551

global warming rug by NEL collective for nanimarquina

---





'global warming rug' designed by NEL, produced by nanimarquina


'global warming rug' designed by NEL, produced by nanimarquina - (hand tufted , 100% wool New zealand + felt bear)

พรมหน้าตาดี มีดีไซน์ที่แอบบอกเรื่องโลกร้อนมาหน่อยนึง
ไม่รู้ว่าคนบริโภคจะสามารถคำนึงวิกฤตได้ขนาดไหน
ขนาดว่ารูปถ่ายสินค้า ยังเป็นเด็กที่มั่วแต่นั่งเล่นคอม โดยไม่สนใจโลกอยู่เลย
แถมใช้ขนหมีอีกตะหาก..เยี่ยมมม

วันอังคารที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

Kill Bills (little) Project


วันนี้ขอใช้พื้นที่ฝากประกาศเล็กๆค่ะ
หากใครพบเจอจักรปาณีที่ไหน แล้วมีสลิปเอทีเอ็ม หรือบิลที่ออกจากเครื่องคิดตังค์จากร้านค้าติดกระเป๋า
ช่วยใจดีหยิบยื่นให้ด้วยนะคะ จะเอาไปทำการโมรูปโฉมเจ้ากระดาษเหล่านี้เล็กน้อยแล้ว reuse ค่ะ
เพราะนับวันยิ่งเห็นว่ามันมีมากมายเหลือเกินที่เราเอามันทิ้งไป โดยไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรเลย
อย่าลืมนะคะ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ
ปล.สปอนเซอร์ที่ให้บิลมาจะได้รับสมุดโน๊ต Kill Bills เป็นของตอบแทนค่า
^^

วันศุกร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

www.blackle.com


เปลี่ยนจาก http://www.google.com/ มาเป็น http://www.blackle.com/
หลายคนคงเคยรู้มาบ้างแล้วค่ะสำหรับ หน้าตานี้ของ google เมื่อเข้าไปจอจะเป็นสีดำเช่นนี้
ข้างล่างของกรอบsearch จะมีตัวเลขแสดง
736,375.151 Watt hours saved
เว็บจะทำการนับสถิติว่าตอนนี้คนใช้อยู่กี่คนและถ้าเทียบกับหน้าจอกูเกิ้ลปรกติแล้ว การใช้แบล๊คเกิ้ลจะลดการใช้พลังงานได้เท่าไหร่
ยิ่งคนหันมาใช้มากก็จะช่วยกันลดการใช้พลังงานมากลงไปอีก
...
หลายคนคงสงสัยค่ะ ว่าไอ้ 7แสนกว่าวัตต์ต่อชั่วโมงนี่มันเท่าไหร่ มากหรือน้อยกันนะ
ลองเทียบง่ายๆค่ะ หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ หรือหลอดไฟบ้านทั่วไป จะกืนไฟอยู่ที่ 11 ถึง 100วัตต์ต่อชั่วโมงค่ะ
ก็ลองคำนวณดูได้ค่ะว่าประหยัดไป7แสนต่อชั่วโมงนั้นเยอะมั้ย
...
แต่หากเป็นการเปรียบเทียบส่วนตัวแล้ว อยากเล่าให้ฟังง่ายๆอย่างนี้ค่ะ
ขับรถไกลออกไปจากกทม.ประมาณ 6 ชั่วโมง ที่หมู่บ้านคลิตี้ อ.ทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ขณะนี้ เขายังไม่มีไฟฟ้าใช้กันเลย แม้ว่าตัวจังหวัดกาญเองสละผืนป่าเพื่อสร้างเขื่อน ปั่นไฟให้คนได้ใช้กันทั่วประเทศ
คิดแค่นี้ เราก็รู้สึกแล้วว่า ประหยัดได้จะ 5 watt หรือ 7แสน watt ก็ช่วยกันเถอะค่ะ
แล้วก็ขอให้เราใช้พลังงานอย่างขอบคุณแหล่งที่มา ขอบคุณความเสียสละที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า และนึกถึงคนที่ไม่มีไฟใช้ด้วยนะคะ
...
enjoy searching http://www.blackle.com/ :)

วันอาทิตย์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

กลับสู่วัยใส ใช้ผ้าเช็ดหน้ากันเถอค่ะ

เมื่อก่อนสมัยเป็นสาวคอนแวนต์มีแก๊งค์เพื่อนสาว มีกระเป๋าที่เสื้อนักเรียน เราก็ใช้ผ้าเช็ดหน้ากุ๊กกิ๊กกันดี เพราะบนโต๊ะที่โรงอาหารก็ไม่ได้มีกระดาษทิชชูไว้บริการเหมือนร้านอาหารทุกวันนี้ พอไม่เป็นสาวคอนแวนต์ แต่กลายเป็นสาวปอนๆมอมๆ ก็ใช้กระดาษทิชชูบ้าง เช็ดเอากับเสื้อผ้าตัวเองบ้าง ไม่ค่อยอนามัยไงไม่รู้คะ
ตอนนี้เลยว่าจะกลับมาพกผ้าเช็ดหน้าเป็นสาวกุ๊กกิ๊กอีกครั้ง คงทำให้เราลดการต้องพึ่งพากระดาษทิชชูไปเยอะเลย ลองทำด้วยกันนะคะ ผู้ชายอาจจะพกผ้าลายแมนๆ อย่ากลัวเชยค่ะ ดูเท่มาดนุ่มดีออกนะคะ :)

วันเสาร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

วันอังคารที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

โปรโมตๆ

สำหรับคนที่สนใจเรื่องราวสิ่งแวดล้อม
สามารถเข้าชมรายการของ wwf ได้ที่
http://www.green.tv/wwf

enjoy:)

วันเสาร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

ช่วยกันลดการเพิ่มของบนกองขยะ


เปลือกขนมที่เคยมีหน้าตาน่ากินเพราะเค้าออกแบบไว้ล่อตาล่อใจเราให้อยากกินอยากซื้อ

กล่องบรรจุของใช้ที่ผ่านมือเราลงไปสู่ถังขยะเล็กๆในบ้าน

กลายเป็นกองภูเขาเหล่านี้ค่ะ

วันพฤหัสบดีที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2551

อย่าลืมถอดปลั๊กก้า

อันนี้ทุกๆคนอาจจะรู้กันอยู่แล้วนะคะ ว่าถ้าพวกเราช่วยกันถอดปลั๊กที่ชาร์จ(มือถือ แล็ปท็อป ฯลฯ) และเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ หลังจากใช้งาน เราช่วยลดการสิ้นเปลืองไฟฟ้าได้อีกแยะเลยค่า อย่างเช่นที่ชาร์จมือถือพวกเรา ทุกวันนี้พวกเราได้ใช้แค่ประมาณ 5% ของไฟที่เค้าดูดมา อีก 95% ที่เหลือมักจะเสียเปล่า โดยเฉพาะเวลาที่เราทิ้งที่ชาร์จเสียบไว้เปล่าๆ ถ้าผู้ใช้มือถือทั่วโลกสักแค่ 10% เริ่มถอดปลั๊กทุกครั้งเมื่อแบตเต็มแล้ว เราจะลดการใช้พลังงานไปเท่ากับที่ 60,000 ครัวเรือนในยุโรปใช้ต่อปี (เอ๊ะ...แปลรู้เรื่องไหมนิ)


พวกเราต่างก็มีที่ชาร์จกะเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต้องใช้เรื่อยๆกันอยู่มากมาย จะให้ถอดหมดทุกครั้งก็เหนื่อยไม่หยอก ขอแนะนำให้ใช้พวกที่พ่วงปลั๊ก 3 ตาแล้วที่มีสวิตช์ แล้วก็ใช้วิธีปิดสวิตช์เอา ปอยก็กำลังทำอยู่ก้าาา

วันพุธที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2551

Money, greed and the destruction of Nature web of life

นั่นคือชื่อของโฆษณาจาก WWF ชิ้นล่าที่ "โดน" เข้าอย่างจัง
(ขอตั้งชื่อเล่นว่า "เงิน ความโลภ และการก่อสร้าง ที่กำลังกัดกร่อนสายใยชีวิตของเรา")

video

"โดน" ก็ตรงที่ทุกวันนี้เราคิดกันถึงแต่ เงิน, เงิน, แล้วก็เงิน กันซะเกินงาม
ที่สำคัญ พื้นฐานของความคิดเหล่านั้นมาจากความโลภที่เกินพอดีด้วยน่ะสิ

ไม่อยากให้มองกันในแง่ร้าย
แต่จะชวนคิดต่อว่า แล้วเราจะทำอย่างไรกันต่อไปดีนะ

อืมมม...ขวดน้ำพลาสติก

Last year, plastic bottles generated more than 2.5 million tons of carbon dioxide. Drink tap.

Bottled water costs 7,000 times more than the same water that comes from a faucet. Drink tap.

Every year, 38 billion water bottles end up buried in the earth. Drink tap.

อันนี้เป็นของที่ New York ค่า เค้าชักชวนให้ทุกคนมาดื่มน้ำก็อก(เพราะเค้ากินได้นิ)แทนน้ำขวด เพราะว่าน้ำขวดมันมีผลต่อสิ่งแวดล้อมที่มากมายกว่ามาก สำหรับเราๆชาวไทยคงไปกินน้ำก็อกกันคงไม่ดีแน่ แต่ก็เป็นวิธีชักชวนให้พวกเราใช้น้ำขวดพลาสติกกันให้น้อยลง หรือหันกันมาพกขวดน้ำ/กระติกส่วนตัวกันให้มากขึ้นเน่อ (เราก็กำลังจะหามาครอบครองเหมือนกันนิ)

วันอังคารที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2551

เรื่องของสะดือ


วันนี้ที่บ้านหรือออฟฟิศคุณมีที่ปิดสะดือ อ่างล้านจานหรือยังคะ
บางทีถึงจะเป็นออฟฟิศเล็กๆซึ่งเราไม่ได้ใช้จานชามมากมายนัก แต่ก็มีบางทีที่เรากินกันกระหน่ำ ทำให้ต้องล้างจาน แก้ว ช้อน มากมายในออฟฟิศ ลองหาซื้อที่ิปิดสะดืออ่างล้างจานมาใช้นะคะ จะทำให้เราไม่ต้องล้างจานโดยเปิดน้ำไหลไปเรื่อยๆค่ะ
หาซื้อไม่ยากค่ะ จากโฮมโปรหรือร้านขายวัสดุุแถวบ้านก็ได้ ก่อนอื่นต้องดูไซส์ของสะดืออ่างล้างจานที่มีก่อนค่ะ จะได้ซื้อมาพอดีกัน

ข่าวด่วน



วันนี้เราสามารถใช้หลอดประหยัดไฟ CFL11 watt แต่ให้ความสว่างเท่า 40 watt มีให้เลือกทั้งสีcool white and warm white ที่ทำขั้วมาให้เสียบกับเบ้าของ ไฟ downlight halogen แทนหลอดhalogen 30 - 50 watt ได้แล้ว บ้านหรือที่ทำงานใครถ้าหากใช้หลอดฮาโลเจนซึ่ง ทั้งร้อน ขาดง่าย กินไฟอย่างแรง ลองดูนะคะ เราอาจจะเริ่มจากการค่อยๆเปลี่ยนหลอดที่ขาดแล้ว หรือส่งหลอดฮาโลเจนกลับคืนผู้ผลิตไปเลยคะ


หลอดชนิดนี้ของ sylvania หาซื้อได้ที่ร้าน greatlamp ซอยทองหล่อ21 โทร 02 712 8620 ราคาประมาณ 300 บาท แต่ว่าประหยัดค่าไฟและอายุยาวนานคุ้มค่าแน่นอนค่ะ


ถ้าจะให้ดีถอดอันที่อยู่ที่บ้านไปให้ที่ร้านดูให้แน่ใจค่ะว่าใช้กับขั้วไฟที่บ้านคุณได้จริงหรือไม่ค่ะ



ตารางเปรียบเทียบความกินไฟ อายุการใช้งาน และค่าไฟ
หลอดไฟCFL(คอมแพคฟลูออเรสเซนต์) , หลอดไส้ และ หลอด halogen

วันจันทร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2551

ใครสักคนบอกว่า

ธรรมชาติอยู่ได้โดยไม่ต้องมีมนุษย์
แต่มนุษย์ อยู่ไม่ได้ ...ถ้าไม่มีธรรมชาติ

“2,663 bags”

2,663 คือจำนวนถุงที่ประเทศอเมริกาใช้ในเวลาแค่ 1 วินาที
บริษัทออกแบบ MSLK ได้ทำการขอถุงที่ไม่ใช้แล้วจำนวน 2,663 ใบมาจัดเป็นงาน installation art รูปแบบต่างๆ
คงเป็นภาพ และ ตัวเลข ที่ ไม่ต้องการคำอธิบายอะไรอีกแล้ว ว่าเราจำเป็นแค่ไหนที่จะต้องลดการใช้ถุงพลาสติกใหม่ อย่างเร็วด่วน

วันนี้และเดี๋ยวนี้

http://mslk.com/reactions/?p=709

วันเสาร์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2551

สาวออฟฟิศหน้ามันส์



กระดาษซับมันชนิดกระดาษ
สาวๆออฟฟิศคนไหนหน้ามันแพลบจนต้องพึ่งกระดาษซับมันกันบ้างคะ
กระดาษซับความมันบนหน้านั้น มีให้เราเลือกหลากหลายยี่ห้อ เดี๋ยวนี้ที่ฮิตกันก็คือชนิดฟิลม์ใช่มั้ยค่ะ
ถึงจะเป็นของใช้จุกจิกเล็กๆน้อยๆแบบนี้ แต่ว่าเราใช้ทุกวัน วันละ 2-3 แผ่น ก็เกิดเป็นขยะพลาสติกย่อยสลายยากเหมือนกันน่ะค่ะ
เรากลับมาใช้กระดาษซับมันชนิดกระดาษกันเถอะค่ะ

วันพฤหัสบดีที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2551

green office

เชื่อมั้ยว่าเริ่มจากคนๆเดียว ที่ทำงานของคุณก็เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้
ค่อยเริ่มคะ
แล้วคนรอบตัวก็จะหลวมตัวเออ ออ ห่อ หมก ไปด้วย ฮ่าๆ

- เวลาอากาศไม่ร้อนมาก ก็ปิดแอร์ไปซักตัว หรือ หรี่แอร์ให้พอดีๆ และปิดแอร์ตอนพักไปทานข้าว
- ใช้ผ้าเช็ดมือที่อ่างล้างมือแทนกระดาษทิชชู
- ไม่ซื้ออาหารใส่กล่องโฟมมากินในออฟฟิศ
- เวลาเดินออกไปซื้อขนมที่มินิมาร์ท ก็เอาถุงไปด้วยคะ ว่างๆเบื่อก็พับถุงแจกเพื่อนที่ทำงาน ให้เค้าเห็นว่าไอ่นี่เอาจริงเว้ย เอากะมันหน่อย ^^
- เวลาซื้อผลไม้รถเข็น ก็เอาจานออกไปใส่เลย แทนที่จะใส่ถุงพลาสติก
- เปิดไฟแต่พอดีนะคะ ปิดไฟตอนไม่อยู่ออฟฟิศด้วยค่ะ
- พริ้นท์งานแต่ที่จำเป็น ทำบ่อยๆ เพื่อนร่วมงานจะรู้และไม่พริ้นท์มาให้เราอีก แต่ส่งเมลล์มาแทน

วันอังคารที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2551

building a straw bale house

designboom book report: building a straw bale house
---




author: nathaniel corum, foreword by dr. jane goodall
publisher: princeton architectural press
year: 2005
size: 180 pages, 20.8 x 15.5 cm
ISBN: 1568985142

___________________________________________________________________________________

designboom rating:
___________________________________________________________________________________

we often 'oooh' and 'aaah' over the most elaborate structures which were designed by the most famous
of architects and were expensive to build, but sometimes the simplest pieces of architecture have the
most long lasting impression.

content
founded in 1994, the red feather development group is a volunteer-based organization that has been
working to help plague the housing problems that the american indians have been facing.
with the help of a strong community of members, the group has been able to provide the community
with a house solution through the construction of straw bale homes. the choice of the straw bales
may seem simple, but this inexpensive material provides good insulation, is incredibly lightweight
and easy to handle, requires minimum tools for building and above all, is ecologically sustainable.
since the first houses were erected, the popularity of straw bale architecture has increased,
with the red feather development group's methodology and construction techniques resulting in
an architectural phenomenon.



'building a straw bale house' is truly a handbook, providing the reader with detailed step-by-step
instructions, material and tool lists, and everything else you need to know to get started.
it opens with the site work and foundations of building a straw bale structure and follows through
to the finishing touches, like interior wall texture and color choices. but, beyond all of the 'how to'
technical work and safety guides that are outlined, the book itself is an inspirational story which
has had a huge impact ecologically, socially and culturally, empowering the reservation communities.

the images of prototypes, accompanied by over 35 case studies covering a range of red feather
development group projects could very well change the way you see the future of architecture.



is it for me?

sure, this handbook may sound technical, but with the easy to follow instructions, along with
images to help guide you, by the end, you too will have the knowledge on how to build your
very own straw bale house.



more information:
red feather development group: http://www.redfeather.org
princeton architectural press: http://www.papress.com

วันจันทร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2551

running the number

ใครอยากเห็นขยะขวดพลาสติก 2 ล้านขวด หรือมือถือถูกทิ้ง 426,000 เครื่องลองดูนะครับ

เป็นงานศิลปะ ลองไปดู(เว็บ)กันได้ที่นี่
Running the Number

เผื่อเอามาใช้เป็นเครื่องมือ หรือไอเดียทำเครื่องมือรณรงค์ต่างๆได้เด้อครับเด้อ

วันเสาร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2551

ธรรมชาติไม่รู้จักสิ่งปฏิกูล

"ผึ้งบินจากดอกไม้ดอกหนึ่งไปอีกดอกหนึ่ง เอาไปเพียงแค่น้ำหวานจากที่โน่นนิดที่นี่หน่อยและไม่ทำอันตรายแก่ดอกไม้ ช่างนุ่มนวลและอดกลั้นเหลือเกิน ไม่เคยเลยที่ดอกไม้จะบ่นว่า ผึ้งมาขโมยน้ำหวานไปจากเรา เหมือนกับว่า ผึ้งรู้ว่ามันไม่อาจอยู่ได้โดยปราศจากดอกไม้และดอกไม้รู้ว่ามันไม่อาจอยู่ได้โดยปราศจากผึ้ง แต่มนุษย์เราทำอะไร เมื่อเราเริ่มตักตวงผลประโยชน์จากผืนดิน เราไม่รู้ขีดจำกัด เราเอาแต่ได้ไปเรื่อยๆ จนผืนดินถูกทำลาย

ผึ้งทำอะไรกับน้ำหวาน มันเปลี่ยนน้ำหวานเป็นน้ำผึ้งอันแสนหวาน อร่อย และรักษาโรคได้ ขณะเดียวกันก็ผสมเกสรดอกไม้ มีมนุษย์สักกี่คนที่ทำได้เช่นนี้ เมื่อมนุษย์เราเอาของขวัญจากธรรมชาติ เราก่อสิ่งปฏิกูลและความเสียหาย เพียงแต่เราเรียนรู้จากธรรมชาติ เราก็จะเอาจากผืนดินได้โดยไม่ล่วงละเมิด และสิ่งที่เราเอาไป เราก็จะเปลี่ยนเป็นสิ่งที่เหมือนกับน้ำผึ้ง และนำมันกลับไปเหมือนใบไม้กลับสู่ผืนดิน ธรรมชาติไม่รู้จักสิ่งปฏิกูล"

แม่ของสาทิศ กุมารกล่าว

จากหนังสือ มีเธอจึงมีฉัน คำประกาศแห่งการพึ่งพา

วันพฤหัสบดีที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2551

the gardening's diary

12 มิถุนายน

ตื่นเช้ามาด้วยความงัวเงีย

กินเช้าแกงร้านประจำหลังบ้าน ด้วยเมนูพยายามมัง ยำไข่ดาวกับ แกงจึดเต้าหู้ไข่ที่มีหมูสองชิ้น
อยากกินไวตามิล แต่ร้านนี้มีแต่ขวดแก้วกับนมกล่อง ตอนแรกจะเอานมใส่ถุงก็จำได้ว่ามีขวดในกระเป๋า เลยจัดแจงให้แม่ค้าใส่ขวดนี้ให้เรา

ดีใจไม่สร้างถุงหรือแม้แต่กล่องนม ฮ่าๆ
แต่อย่างไรดันเผลอรับหลอดมากซะได้ อะจึ่ย

เช้านี้ขึ้นรถเมล์ ต่อรถไฟฟ้าไปประชุมแถวราชวิถี อยู่ในห้องประชุม นั่งๆ นอนๆ ห้องแอร์ ใช้กระดาษไปนิดหน่อย เช่น ซองชาลิฟตัน ซองน้ำตาล ลูกอมซูกัส และ กระดาษรองหนม

แต่ก็พอให้อภัยได้

กินข้าวมังเขี่ยยามเที่ยงที่นี้ก็อิ่มหมีมากๆ ไม่สร้างขยะเลยแม้แต่น้อย ตังค์ก็อยู่ครบ ฮ่าๆ

เย็นเดินไปสยาม กินข้าว ดูหนังรอบเย็นแก้เครียด

กลับบ้านด้วยรถตู้ เรือ และรถเมล์ละเอิงเอย

13 มิถุนายน

ตื่นมาเวลาปกติ แต่อยู่ๆ ผีแม่บ้านก็เข้าสิง
หลังจากนั่งพับถุงพลาสติกเล่นตอนจิตตกเมื่อตอนที่แล้ว จิตใต้สำนึกคงสำนึกได้ว่า สถานที่เก็บถุง หรือใต้ที่ล้างจานบ้านตูนั่นมันชั่งรกชักจนน่ากลัวขึ้นทุกวัน ดังรูปนี้
ผีแม่บ้านจึงนั่งพับถุงชิงแชมป์จักรวาลต่อ เพื่อทำฟามสะอาด และ จัดทำขนมโอท๊อปรูปสามเหลี่ยมตราถุงพลาสติกใช้แล้วใช้อีก ส่งต่อให้ "พี่พุ่ม" แม่ครัวประจำร้านแม่ใช้ต่อเวลาลูกค้ามาซื้อของ


หน้าตาเหมือนขนมโอท๊อปไหม?

หลังจากนั่งพับมาพักใหญ่ก็พบว่ายิ่งลึก ใต้ที่ล้างจานยิ่งดูน่าแหยะมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นอึแมงสาป คราบเหนียวเหน๊อะจากน้ำยาล้างจานหก เศษปูนที่คนงานก่อสร้างเก็บไม่เนี๊ยบ ก่อร่างสร้างรอยดำเขรอะเต็มพื้น กว่าจะถูเสร็จให้กลายเป็นปกติก็เหงื่อตก

ถุงพลาสติกที่อยู่ข้างล่างนั้นก็เหน๊อะๆ ดำๆไปด้วยจึงจัดแจงล้างและตาก เตรียมตัวเป็นถุงขยะในขั้นต่อไป

พับและเก็บให้เรี่ยมเร้เรไร

พับเก็บเสร็จข่อยก็หมดแฮง แต่รู้สึกภูมใจเหลือคณา เพราะสามารถจัดบ้านพร้อมรักษาถุงได้อีกหลายๆ ใบ แต่อย่างไรก็ตามข้าพเจ้ายังเหลือถุงจำนวนหนึ่งที่พับบ่ไหวแล้วเก็บไว้จัดการต่อ - -

พอทำเสร็จอวดแม่ แม่ทำหน้า เหย้ย!! มันทำขนาดนั้นเชียวเหรอ แล้วบอกว่าไม่ต้องเสียเวลาขนาดนั้นก็ได้ลูก แต่ถ้าไม่ทำงี้ชาวประชาจะรู้ได้ไงว่าต้องดูแลถุงพลาสติกในบ้าน และความสะอาดในที่หมกหมม ไม่ให้แมงมาทำรังในบ้านได้ และต่อไปนี้ห้ามใครทำที่เก็บถุงรกเด็ดขาด ไม่งั้นตายยยย

พอทำเสร็จ ก็เล่นเนตลัลลา กินข้าวต้ม หง่ำๆ

แต่แล้วท่านพี่ก็ชวนกึ่งบังคับไปงาน commart ไปซื้อของ

เอ้า ไปก็ไป!!!

ท่านพี่ได้โน๊ตบุ๊คใหม่ ไฉไลมากๆ ฮ่าๆ ดีใจเหมือนมีคอมใหม่เอง

ส่วนเราที่เล็งอยากได้กล้องมานานก็เลยไปเล็งกล้องในงานอยู่นานมาก

สุดท้ายไปลงเอยที่ Panasonic แถมมือถืออาโนแนะมาชิโมโร่และอื่นๆ อีกมากมาย

เห็นราคามันก็โอ ของแถมตรึม ก็เลยซื้อไป กลับมาเช็คราคาในเนตก็พบว่า มันก็ถูกอ่ะนะ แต่มันสามารถถูกได้อีก ถ้าไม่มีของแถมอีกมากมาย ซึ่งแสนจะล่อตาล่อใจให้เราซื้อ

การซื้อของแบบนี้ พาลทำให้ซื้อของมาซ้ำซาก เช่น มือถือมาชิ ที่เดิมเราก็มีมือถืออยู่แล้ว สิ่งเหล่านี้สร้างขยะทางเทคโนโลยีในอนาคต และการบริโภคเกินความจำเป็น

รู้สึกแย่นิดหน่อย แต่จะพยายามใช้ของที่ได้มาอย่างคุ้มค่าที่สุด และซื้อของแบบมีสติกว่านี้น่ะ

ปล. พบว่าหีบห่อของเครื่องใช้เทคโนโลยีเนี่ย มันเต็มไปด้วยถุงพลาสติก กล่องกระดาษ กล่องพลาสติก หลายห่อในหลายห่อจริงๆ ไม่รู้ว่าเหตุผลเพื่อความแข็งแรงหรือว่าเหมาะสมก็ไม่รู้ได้ ดูแล้ว หีบห่อพวกนี้ก็ดูกลับมาใช้ลำบากหน่อย แต่ต้องลองพยายามดู

พอซื้อกล้อง ซื้อคอมเสร็จ เรากับพี่ก็หมดแรงเลยเรียกแท็กซี่กลับบ้าน เปลืองน้ำมันไปหลายแหมะ

เป็นวันอันยาวนาน ที่ทั้งเขียว ไม่เขียว แถมยังไม่ปั่นงานเลยแม้แต่น้อย โอ้วแย่แล้ว!

ปล.สอง วันนี้สร้างขยะอีกสองชิ้น 1 ถุงพลาสติกห่อแซนวิชของเซเว่น 2 ถุงถั่ว

14 มิถุนายน

ตื่นมานั่งถอดเทปทำงาน

เที่ยงกินข้าว

บ่ายไปรวมตัวกับแก็งทำอาร์ตเวริคหนังสือ

เปิดคอมกันกระหน่ำซัมเมอร์เซวหกตัว เราออกแนวเล่นเนตไร้สาระซะเยอะ

กินหนมหวานไปสองถุง แถมกินไม่หมดอีกตะหาก

เดินไปกินกระท้อน แม่ค้าก็ใส่ถุงร้อนเตรียมให้แล้ว อดเขียวเลย

กินถั่วต้มใส้กล่องข้าวประจำกาย และพบว่าถั่วต้มเป็นของกินเล่นชั้นดีได้ เพราะนอกจากไม่สร้างขยะ ยังกลายเป็นปุ๋ยได้ง่ายได้

ดึกขึ้นรถเมล์กลับบ้าน

สรุปใช้ถุงร้อนไป 3 ถุงหนมบ้านนผุย 1 ประหยัดถุงไป 1

15 มิถุนา


ตื่นมาบิดขี้เกียจหลายรอบ และอยากเปิดคอมอยู่หลายรอบ แต่เด๋วก็ลงไปช่วยงานแม่แล้ว เลยตัดสินใจไม่เปิด ประหยัดไฟไปอีกหน่อย

บ่ายนั่งเล่นเนตเห่อคอมใหม่อย่างมาก ทำงาน อู้นอน

เย็นไปว่ายน้ำ

ซื้อของ เอาถุงพลาสติกไปช็อปของกิน ก่ะหาซื้อกระติกน้ำประจำกาย แต่เดอะมอลไม่มีอันที่เวริกๆ พี่เลยยกกระติกให้เฮาหนึ่งอัน

ขอบคุณท่านพี่มากมาย แม้เจ๊จะยังรับถุงพลาสติกอยู่ก็ตาม แต่น่ารักเสมอ
แต่ใช้ๆ ไปก็พบว่าน้ำมันชอบไหลซึมอยู่เสมอ สงสัยไงก็ต้องซื้อใหม่ ฮือ


ไปซื้องาดำเพื่อเอาไว้คลุกข้าวกินยามอยากมังสวิรัติ เดิมมาเป็นแพคถุง เอามาใส่กล่องมะขามเคี้ยวหนึบขนมที่รัก รียูสๆ
ตกดึกกินสลัด เดอะพิซซ่า ของน่าจะอิมพอร์ต แต่อยากกินอ่ะ เลยกิน

แล้วก็กลับบ้าน

ปล. ตอนแรกหาซื้อยาสระผมแบบรีฟิล เผื่อจะได้ไม่ต้องซื้อขวดใหม่แล้วทิ้งตลอดเวลา แถมประหยัดตังค์ด้วย แต่หาไม่ได้อ่ะ สงสัยไม่มีผลิต

16 มิถุนายน

วันนี้ไม่ได้ไปไหน
นั่งๆ นอนๆ ทำงานบ้าน ปั่นงานอยู่หน้าคอม
ประหยัดอะไรบ้าง?
ไฟ เปิดไฟดวงเดียว ปกติสอง
พัดลม หันมาใช้พัดลมยืนหนึ่งตัว
น้ำ ก็ซักผ้ามือแล้วค่อยเครื่องเหมียนเดิม
กิน กินเก่งเหมือนเดิม ฮ่าๆๆ
คอม ใช้อึดเหมือนเดิม
จบข่าว

17 มิถุนายน
วันที่เจ็ดแล้วจ๊ะ เผลอแปร็บเดียว
วันนี้เช้าก็ชิวๆ บ่ายไปหาของกินกับท่านพี่แต่เราดันลืมเอากล่องข้าวไปเสียนี้เลยใช้ถุงร้อนไป 3 ใบ
กินอาหารมังจ๊ะ ฮิฮิ
บ่ายนั่งอ่านการ์ตูนที่เช่า ไม่ได้ซื้อ
ฝนตกหนักมากๆ กว่าจะได้ออกจากบ้านเพื่อไปนัดก็ล่วงหน้าแค่ชั่วโมงเดียว
กลับบ้านด้วยรถน้องปอย สบายมั่กๆ

สรุป
- เราว่าคนที่ช่วยลดโลกร้อน เป็นซับเซดหนึ่งของคนงก และเรางกอยู่แล้ว พอจดว่าช่วยลดโลกร้อนอะไรบ้างก็เยอะเหมือนกันนะ ฮ่าๆ
- การจะชวนคนที่ไม่สนใจเรื่องแบบนี้ อย่างท่านพี่ ท่านแม่ หรือพนักงานที่บ้าน เป็นเรื่องที่ยากส์มากๆ จะทำอย่างไรให้เปลี่ยนได้ ต้องลองดูในระยะยาว
- การทำอะไรอย่างนี้ทำให้บ้านสะอาดขึ้น แต่มืดขึ้น (เพราะปิดไฟ)
- ทำอะไรที่ต้องมีความสามารถ มีเทคนิค อย่างเปลี่ยนหลอดไฟเบอร์ห้า เป็นเรื่องที่ยากส์ไปนิดสำหรับเรา ทำไม่เป็นเว้ย
- การลองแบบนี้ทำให้คิดมากขึ้นเวลาจะซื้ออะไรกิน
- พบว่าของกินเล่นที่แจ๋วสุดๆ คือ ถั่วต้ม ไอเลิฟๆ
- เวลาทวนศีลข้อที่ 1 พบว่าการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมกับข้อ 1 เกี่ยวโยงกันมั่กๆ
- ที่ยังทำไม่ค่อยได้คือ รู้สึกเปิดคอมนานไป และไม่ค่อยจำเป็น แต่ติดอ่ะ
- จะพยายามทำงี้ต่อไป ถ้าเจออะไรแจ๋วๆ จะมาเล่าให้ฟังอีกนะจ๊ะ