วันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2552

freitag compost bags





ใครที่รู้จัก Freitag คราวนี้เค้ามาอย่างเท่ จัดนิทรรศการ แจกถุง แล้วเอาขยะมารวมกัน
เพื่อรณรงค์ให้คนรู้จักการรีไซเคิล และลดขยะในโลกเรา compost หรือขยะสด เป็นจุดเริ่มต้นของนิทรรศการนี้
100 designers ออกแบบถุง 100 ใบ แล้วแจกให้แขกที่มาละเทียนรับถุงภายในงาน
โดยมีเงื่อนไขว่า จะต้องนำขยะสดของตนมา ทิ้งที่ compost bin ในแกลอรี่
แต่แอบสงสัยว่า มีขยะหมุนอยู่ตลอดสามเดือนในนั้น ไม่กล้าคิดว่ากลิ่นจะเป็นยังไงจิงๆ

เพิ่มเติมตามลิงค์เลยจ้า
http://www.designboom.com/weblog/cat/26/view/7781/freitag-compost-bags.html

วันอังคารที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

คนขายก็ไม่ให้ คนซื้อก็ไม่เอา

วันนี้ได้เจอกับเรื่องเล็กๆที่ประทับใจ
ณร้านเจ็ด สิบเอ็ด สาขา จามจุรีแสควร์
เราก็เดินเข้าไปหาของกินประทังความหิว
ระหว่างเดินเลือกของอยู่ก็จะได้ยินเสียง แจ๋วๆของ น้องสาวพนักงานคิดเงิน
พูดกับลูกค้าว่า "ใส่ถุงมั้ยคะ"
พอถึงคิวเราจ่ายตังค์บ้าง น้องเค้าก็พูดอย่างนี้อีก

ในฐานะที่เป็นคนขาย กับคนซื้อ เมื่อร่วมใจกันลดการเอาถุงของร้านเจ็ด สิบเอ็ดใบเล็กมาได้ซักหนึ่งใบ หลายๆคนเข้าขยะก็คงหดไปมากโข

เดี๋ยวนี้คำว่า ไม่ต้องใส่ถุงค่ะ กลายเป็นคำพูดฮิตติดปากไปเลยนะเออ :)

วันพุธที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2552

ให้ทุกวันเป็นวันของโลก



เผลอแว้บเดียว วันคุ้มครองโลก (Earth Day) เวียนมาอีกแล้ว
ก็ได้อากู๋ (เกิ้น) เนี่ยแหละ...ช่วยเตือนความจำ
โดยเฉพาะโลโก้ปีนี้ โอ้โห..สวยเขียวดูมีชีวิตชีวามากๆ
เมื่อเปรียบเทียบกับที่ออกมาอวดโฉมเมื่อปี 2550 และ 2551

เราคงไม่เขียนถึงที่มาของวันคุ้มครองโลกหรอกนะ
เพราะเคยเขียนไว้ในหน้านี้แล้ว
แค่อยากชวนคุย ชวนทำกิจกรรมหนุกๆ เท่านั้น

โดยส่วนตัว...เราคิดว่า ตอนนี้โลกป่วยหนักแล้วแหละ
จะมาคุ้มครองกันแค่ปีละวันคงไม่ไหว
อุปมาเหมือนคนไข้ขึ้นสูง
จะเช็ดตัวแค่วันละครั้งคงชักแหงกๆ ซะก่อน
ต้องเยียวยาโดยด่วน ทั้งเช็ดตัวทุกชั่วโมง ดื่มน้ำเยอะๆ
และทานยาลดไข้...ไปพร้อมๆ กัน

ก็เลยอยากชวนเพื่อนพ้องน้องพี่
มาช่วยกันทำให้ทุกๆ วันเป็นวันของโลก
ด้วยวิธีการง่ายๆ แต่ต้องมีสัญญาใจว่าจะลงมือจริง
นั่นคือ...พยายามลดรอยตีนฝากโลกอย่างน้อยวันละ 1 รายการ
เช่น
ถ้าเมื่อวาน ลงมือปลูกต้นไม้
วันนี้ ก็พกกระติกน้ำ
พรุ่งนี้ หันมาหิ้วปิ่นโต
วันถัดไป งดใช้รถยนต์ส่วนตัว
วันถัดไปอีก ก็ลองทำน้ำหมักชีวภาพ
...อะไรทำนองนี้
(แต่ถ้าเป็นพวกเขียวเข้ม ทำได้มากกว่าวันละอย่างก็ยิ่งเจ๋ง)

เพื่ออะไรหนะเหรอ...?
เพื่อให้ทุกวันเป็นวันของโลกไงเล่า
เพราะถ้าไม่มีโลก ก็คงไม่มีเราทุกๆ คน

วันอาทิตย์ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2552

หมักหมมจนได้ดี



แดดร่มลมตกวันนี้ ณ บ้านนนทบุรี เราสองพี่น้องก็ได้ลงมือทดลองทำน้ำหมักชีวภาพซักทีค่ะ เริ่มจาก เอาถังพลาสติกมาหนึ่งใบ (เป็นถังผงซักฟอกที่ใช้หมดแล้ว) เค้าบอกว่าห้ามใช้ถังโลหะเพราะเป็นกรดและจะกัดโลหะ ใส่สารเชื้อจุลินทรีย์ลงไปหนึ่งซอง และใส่กากน้ำตาลลงไปอีกเท่าๆกัน (หาซื้อได้ตามที่ขายอาหารมังสวิรัติที่จตุจักร หรือเลม่อนฟาร์ม) และเติมน้ำ50เท่า จากนั้นก็ใส่เศษผักที่สับแล้วลงไปและปิดฝาไว้ ก็ยังไม่แน่ใจว่าจะออกมาหัวหรือก้อย จะผิดพลาดหรือถูกต้อง ก็ต้องลองดู


เค้าว่ากันว่า น้ำหมักชีวภาพเป็นของวิเศษ ใส่ลงในชักโครกก็ไม่ต้องเรียกรถมาดูดส้วม ล้างห้องน้ำก็สะอาดปลอดสารเคมี รดน้ำต้นไม้ก็ไม่มีแมลงกินและออกดอกผลงอกงามดี

เคยได้ข่าวคราวว่าบางชุมชนที่อาศัยอยู่ริมฝั่งน้ำที่นับวันจะเน่าเหม็น
ขึ้นเรื่อยๆ มีการร่วมใจกันทำน้ำหมักชีวภาพแล้วช่วยกันเทลงแม่น้ำลำคลองให้มันช่วยย่อยสบาย ผลปรากฎว่าน้ำเน่าเหม็นน้อยลงและสะอาดมากขึ้นเรื่อยๆ
เดี๋ยวนี้ถึงขนาดว่าบ้านไหนไม่ทำเนี่ย เชยยยยยยยยยยยยยยยสุดๆ
(ตอนเปิดขวดกากน้ำตาลหรือเค้าเรียกว่าโมลาส ฝาขวดพุ่งออกมาแรงมากหยั่งกะเปิดแชมเปญแหนะ ไม่รู้ว่าของเสียหรือเปล่าถึงเป็นแบบนั้น ถึงตอนนี้ก็ได้แต่ลุ้น)
ส่วนใครอยากลองบ้างแต่ทำไม่เป็น นี่เลย youtube เค้าจัดให้ค่ะ

วันเสาร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2552

สร้างกระแสซื้อกาแฟไม่เอาฝา

วันนี้ไปสวนเงินมีมา
เซอร์ไพรส์ได้เจอกับป้ายนี้ที่ร้านกาแฟในนั้น โอ้เห็นแล้วดีใจ เลยเอามาลงให้ได้ชมกันครับ

วันอังคารที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2552

ภัยแล้ง

คนกรุงน่าจะได้ยินคำนี้บ่อยๆจากข่าวทีวี วิทยุ หรือ หนังสือพิมพ์
แต่พวกเราจะเข้าใจมันแค่ไหน ในเมื่อเปิดตู้เย็นก็มีน้ำเย็นเจี๊ยบ เปิดก๊อกน้ำก็ไหลไม่อั้น
ข่าวว่ากันว่าภัยแล้งปีนี้จะใหญ่หลวงนัก ชาวนาเริ่มต้องซื้อเอาน้ำประปาลงที่นา บางที่ก็บอกว่าปีนี้ไม่ต้องหวังพืชผล บางพื้นที่ไม่มีน้ำจืดอาบ ต้องอาบน้ำเค็มก่อนแล้วราดน้ำจืดตามเพียงขันเดียว

ช่วยกันใช้น้ำอย่างเห็นค่า แล้วคิดถึงใบหน้าเพื่อนพี่น้องที่ไม่มีน้ำใช้กันด้วยนะคะ

วันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

วันเดียวเที่ยวเกาะเกร็ด

เพิ่งไปปั่นจักรยานรอบเกาะเกร็ดเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
เจอเหตุการณ์คล้า่ยๆ กับคนข้างล่างที่ไปเดินสวนจตุจักร
เลยอยากเอามาแปะไว้ที่นี่

ทอดมันหน่อกะลา...เป็นของขึ้นชื่อที่เกาะเกร็ด
ถ้าพลาดกินก็คงเหมือนมาไม่ถึงเกาะเกร็ด
สองข้างทางมีร้านแผงลอยขายทอดมันหน่อกะลาเยอะมาก
เราไม่รู้หรอกว่า ร้านไหนอร่อย
ก็เลยเลือกซื้อจากประเภทของภาชนะ
ร้านค้าส่วนใหญ่ใช้ถ้วยโฟม
ต้องอดทนหาจนเจอร้านที่ใช้กระทงใบตองถึงได้ชิม

จริงๆ แล้วใช้กระทงใบตองน่าจะประหยัดเงินมากกว่า
แต่ก็นั่นแหละ พ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่เลือกความสะดวกรวดเร็ว
ประหยัดเวลาก็เท่ากับการลดต้นทุนของเขาด้วย...มั้ง
เลยพากันเมินภาชนะที่ต้องมาเสียเวลานั่งตัดนั่งเย็บ
ขยะโฟมจึงล้นเกาะเกร็ด (และย่านที่มีนักท่องเที่ยวพลุกพล่าน) ด้วยประการฉะนี้

ปล. ไม่มีภาพขยะถ้วยโฟมและกระทงใบตองมาให้ดู
แต่ขอยืนยันว่าเป็นเรื่องจริงทุกประการ :)

วันอาทิตย์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2551

วันหนึ่งที่ตลาดนัดจตุจักร

เมื่อเราอยากกินไส้กรอก ขนมกุยช่าย และไก่ทอดที่จตุจักร แต่ก็พบว่า 100% ของร้านทั้งหมดบรรจุสิ่งที่เราอยากกินไว้ในถ้วยโฟมสีขาว มีหลายขนาด เดี๋ยวนี้ก๋วยเตี๋ยวยังใส่ชามโฟมเลย

นี่เป็นถังขยะหนึ่งใบเต็มไปด้วยโฟม โฟม และโฟม ที่นั่นมีหลายร้อยใบได้มั้ง เฉพาะจุดนี้ก็สี่ห้าใบไปแล้ว


ส่วนอันนี้คือพลาสติกทั้งหลาย
สุดท้ายก็ตัดสินใจกินอันนี้ ทั้งที่ไม่อยากกินเท่าไหร่ แต่ว่าอยากกินอาหารอะไรสักอย่าง(งงไหม)
โอเค แม้จะมาในกะลามะพร้าวสุดฮิป แต่ว่าไอติมกะทิลูกละ 25 บาทก็แพงอยู่ทีเดียว
และยังไงก็ตาม มันก็มีช้อนพลาสติกมาอยู่ดี
อ้อ! แถมน้ำมะพร้าวในแก้วพลาสติกด้วย


เอ สรุปแล้ว
กินไอติมดีกว่ากินไส้กรอก ลูกชิ้น กุยช่าย หรือเปล่านะเนี่ย

วันพุธที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2551

walking culture

วันนี้ขอมาสร้างกระแสการเดิน เดิน เดิน :)
เดิน จากออฟฟิศไปปากซอย
เดิน จากบ้านไปรถใต้ดิน
เดิน จากสามย่านไปสยาม
เดิน จากสยามไปชิดลม
เดินจากชั้นหนึ่ง ไปชั้นสาม

เดิน แล้วได้เจออะไรตามทาง
เดิน แล้วได้ออกกำลัง
เดิน แล้วได้ช่วยบอกทางนักท่องเที่ยว
เดิน แล้วได้ใจเย็นๆ
เดิน แล้วลดโลกร้อน
เดิน ประหยัดน้ำมัน
เดิน ประหยัดกระตังค์
เดิน กันเต๊อะ

วันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2551

ของเสียเหลือศูนย์

เรามีการจัดการขยะแบบง่ายๆ ที่บ้าน และสามารถช่วยลดขยะได้มากพอควร ดังนี้


๑.าหาร ขนม ที่มี ซอง กล่อง หรือบรรจุภัณฑ์พลาสติกต่างๆ เมื่อรับประทานเสร็จแล้ว เราจะนำบรรจุภัณฑ์เหล่านั้นไปล้างในครัวและใช้สกอตไบท์ขัดถูคราบให้เรียบร้อย


๒. เมื่อสะอาดแล้วเราก็หนีบด้วยไม้หนีบตามถังแยกที่เตรียมไว้ เช่น ถังสำหรับ พลาสติก วัสดุผสม กระดาษ เป็นต้น

๓.เมื่อถังเริ่มล้น ...
เราก็จัดการขนถังเหล่านั้นไปส่งที่โรงแยกขยะในโรงเรียนของเรา






๔.สำหรับเศษอาหาร หรือ วัสดุธรรมชาติ
เราก็เทลงในถังย่อยสลายง่าย ที่เตรียมไว้นอกบ้าน ...เทน้ำหมักชีวภาพเพื่อลดกลิ่นไม่พึงประสงค์และกองทับด้วยใบไม้(มักมีหอยทากหรือสัตว์อื่นๆ มากินอาหารที่นี่บ่อยๆ :) )

๕. เมื่อเราซื้ออาหารมาทานในบ้าน

เราจะใช้ปิ่นโตบรรจุอาหารแทนโฟม หรือ กล่องพลาสติกเพื่อลดขยะในบ้าน
เราทำมากันมาเป็นเวลานานจนชินแล้ว
ซึ่งถ้าใครต้องการจะทำตาม
ผมคิดว่าอาจจะง่ายกว่าที่คิดอีก
ขอให้ช่วยกันลดขยะเพื่อ...
โลกที่สดใส ของเราด้วยครับ

เขียนโดย
ด.ช.ธรรมชาติ จันทพลาบูรณ์ (แจม) ป.๕/๑
ร่วมแสดงแบบ
ด.ญ.น้ำใจ จันทพลาบูรณ์ (เจลลี่) ป.๔/๒
และ คุณยายแอ้ว
ช่างภาพ
คุณแม่นันทินี จันทพลาบูรณ์ (แม่อ้อ)

เยี่ยมชม โครงการของเสียเหลือศูนย์ โรงเรียนรุ่งอรุณได้ที่นี่ค่ะ
http://ra.zerowaste.googlepages.com/milestone

วันพฤหัสบดีที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2551

ยากิโซบะ

เมื่อเพื่อนฝากซื้อยากิโซบะ...
พอไปถึงร้าน เอ่อ... เค้าใส่กล่องโฟมง่า วงเล็บนอกจากจะผิดกฏเหล็กแล้ว กล่องโฟมเมื่อใส่อาหารร้อนๆยังทำให้เกิดสารก่อมะเร็งติดมากับอาหารอีกโด้ยเด้อ
เรา -- เอ่อ มีอย่างอื่นใส่แทนกล่องโฟมมั้นคะ
คนขาย -- ไม่มีอ่ะค่ะ
เรา -- เอ่อ เอาไงดีฟ่ะ ไม่ได้กินเองซะด้วย
คนขาย -- แต่เราห่อฟอยล์ก่อนใส่กล่องโฟมนะคะ ไม่อันตราย
เรา -- งั้นเอาสองห่อยัดในกล่องเดียวกันได้เปล่าคะ
คนขาย -- เอ่อ จะลองพยายามนะคะ มันอาจจะเละได้
...ยืนดูเค้าห่อฟอยล์ซะแน่นหนา
เรา -- โทดนะคะ ห่อแบบนี้ ไม่ต้องใส่กล่องแล้วหล่ะค่ะ
คนขาย -- ได้ค่ะได้ (คงคิดในใจว่า ยอมๆมันไปเหอะ อารายนักหนาฟ่ะ)

....ในที่สุดก็ไม่ต้องพึ่งกล่องโฟม ฟิ้ว...

วันพฤหัสบดีที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2551

ลองเปลี่ยนพฤติกรรมอันเคยชิน

เพื่อนๆเป็นกันบ้างมั้ยคะ
ไอ้โรคอาบน้ำอุ่นแล้วเปิดแอร์แต่นอนห่มผ้าหนาๆ
เมื่อนานมาแล้วเราก็เป็นคนหนึ่งที่นอนห้องแอร์ทุกคืน แล้วก็เคยคิดว่าคงนอนไม่หลับถ้าไม่มีแอร์ คงร้อนตายแน่

แต่รู้ไหมคะ ร่างกายคนเราแสนฉลาด มันสามารถค่อยๆปรับตัวไปตามสภาพที่มันเป็นอยู่ ยกตัวอย่างเช่น คนฟินแลนด์มาอยู่ประเทศไทยได้ซัก 3 เดือน เค้าจะชินกับอากาศแบบบ้านเราและอาจจะบ่นว่าหนาวถ้าไปเที่ยวเชียงใหม่ด้วยซ้ำ

ปัจจุบันนี้ เรานอนไม่เปิดแอร์ และไม่อาบน้ำอุ่นมา ประมาณสี่ ถึงห้าปีแล้วค่ะ ร่างกายเราจะค่อยๆปรับได้จริงๆนั่นแหละ
อีกอย่างทุกวันนี้คนทำงานอย่างเราๆ ก็ต้องนั่งในห้องแอร์ตอนกลางวันไม่ต่ำกว่าวันละ 6 ชั่วโมงแล้ว
หากบ้านใครอยู่ชานเมือง ลองเปิดหน้าต่างซักหน่อยแล้วเปิดพัดลมเบาๆดูซิคะ

มารักษาโรคอาบน้ำอุ่นแล้วเปิดแอร์แต่นอนห่มผ้าหนาๆ กันนะคะ

วันอังคารที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2551

แค่เราเปลี่ยนโลกก็(น่า)จะเปลี่ยน


ได้พิสูจน์การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้โดยการเริ่มที่ตนเอง
หลังจากตัดสินใจซื้อกระติกน้ำพลาสติกเมื่อสี่เดือนก่อน
และนำติดตัวไปทุกที่ทุกเวลา

ด้วยเป็นคนชอบทานกาแฟก็เลยนำกระติกไปซื้อกาแฟ
ทุกที่และทุกวัน โดยเฉพาะที่มหา'ลัย
และแล้วจากตอนแรกมีเราแก้วเดียวก็มีคนอื่นๆ ตามมา
เพื่อนๆ และเจ้าหน้าที่ ที่คณะ

ในที่สุดความเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้นเมื่อที่ร้านกาแฟเห็นว่า
พวกเรานำแก้วมาซื้อน้ำร้านเขา ทำให้ลดปริมาณแก้วพลาสติก
และลดต้นทุนของเขาด้วย จึงออกโปรโมชั้นสำหรับเด็กดีที่นำแก้วมาซื้อกาแฟ

ด้วยการลดราคาให้ผู้ที่นำแก้วมาเอง แก้วละ 2 บาท
นับเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่มากสำหรับเรา
และเริ่มเห็นคนอื่นๆ ที่เห็นป้ายนี้ก็สนใจอยากได้ลดราคาบ้าง

นับเป็นเครื่องยืนยันที่ดีว่าถ้าเราต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแล้วล่ะก็
ต้องเริ่มที่ตัวเราเองก่อน

วันศุกร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2551

เพลงของคนสวน

Down to Earth
Wall-E OST


Did you think that your feet had been bound
By what gravity brings to the ground?
Did you feel you were tricked
By the future you picked?
Well, come on down

All those rules don’t apply
When you’re high in the sky
So, come on down
Come on down

We’re coming down to the ground
There’s no better place to go
We’ve got snow up on the mountains
We’ve got rivers down below

We’re coming down to the ground
We hear the birds sing in the trees
And the land will be looked after
We send the seeds out in the breeze

Did you think you’d escaped from routine
By changing the script and the scene?
Despite all you made of it
You’re always afraid
Of the change

You’ve got a lot on your chest
Well, you can come as my guest
So come on down
Come on down

We’re coming down to the ground
There’s no better place to go
We’ve got snow up on the mountains
We’ve got rivers down below

We’re coming down to the ground
We hear the birds sing in the trees
And the land will be looked after
We send the seeds out in the breeze

Like the fish in the ocean
We felt at home in the sea
We learned to live off the good land
Learned to climb up a tree
Then we got up on two legs
But we wanted to fly
When we messed up our homeland
We set sail for the sky

We’re coming down to the ground
There’s no better place to go
We’ve got snow up on the mountains
We’ve got rivers down below

We’re coming down to the ground
We hear the birds sing in the trees
And the land will be looked after
We send the seeds out in the breeze

We’re coming down
Coming down to Earth
Like babies at birth
Coming down to Earth
We’re gonna find new priorities
These are extraordinary qualities

We’re coming down to the ground
There’s no better place to go
We’ve got snow up on the mountains
We’ve got rivers down below

We’re coming down to the ground
We hear the birds sing in the trees
And the land will be looked after
We send the seeds out in the breeze

We’re coming down to the ground
There’s no better place to go
We’ve got snow up on the mountains
We’ve got rivers down below

We’re coming down to the ground
We hear the birds sing in the trees
And the land will be looked after
We send the seeds out in the breeze

We’re gonna find new priorities
These are extraordinary qualities

วันพุธที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2551

global warming rug by NEL collective for nanimarquina

---





'global warming rug' designed by NEL, produced by nanimarquina


'global warming rug' designed by NEL, produced by nanimarquina - (hand tufted , 100% wool New zealand + felt bear)

พรมหน้าตาดี มีดีไซน์ที่แอบบอกเรื่องโลกร้อนมาหน่อยนึง
ไม่รู้ว่าคนบริโภคจะสามารถคำนึงวิกฤตได้ขนาดไหน
ขนาดว่ารูปถ่ายสินค้า ยังเป็นเด็กที่มั่วแต่นั่งเล่นคอม โดยไม่สนใจโลกอยู่เลย
แถมใช้ขนหมีอีกตะหาก..เยี่ยมมม

วันอังคารที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

Kill Bills (little) Project


วันนี้ขอใช้พื้นที่ฝากประกาศเล็กๆค่ะ
หากใครพบเจอจักรปาณีที่ไหน แล้วมีสลิปเอทีเอ็ม หรือบิลที่ออกจากเครื่องคิดตังค์จากร้านค้าติดกระเป๋า
ช่วยใจดีหยิบยื่นให้ด้วยนะคะ จะเอาไปทำการโมรูปโฉมเจ้ากระดาษเหล่านี้เล็กน้อยแล้ว reuse ค่ะ
เพราะนับวันยิ่งเห็นว่ามันมีมากมายเหลือเกินที่เราเอามันทิ้งไป โดยไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรเลย
อย่าลืมนะคะ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ
ปล.สปอนเซอร์ที่ให้บิลมาจะได้รับสมุดโน๊ต Kill Bills เป็นของตอบแทนค่า
^^

วันศุกร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

www.blackle.com


เปลี่ยนจาก http://www.google.com/ มาเป็น http://www.blackle.com/
หลายคนคงเคยรู้มาบ้างแล้วค่ะสำหรับ หน้าตานี้ของ google เมื่อเข้าไปจอจะเป็นสีดำเช่นนี้
ข้างล่างของกรอบsearch จะมีตัวเลขแสดง
736,375.151 Watt hours saved
เว็บจะทำการนับสถิติว่าตอนนี้คนใช้อยู่กี่คนและถ้าเทียบกับหน้าจอกูเกิ้ลปรกติแล้ว การใช้แบล๊คเกิ้ลจะลดการใช้พลังงานได้เท่าไหร่
ยิ่งคนหันมาใช้มากก็จะช่วยกันลดการใช้พลังงานมากลงไปอีก
...
หลายคนคงสงสัยค่ะ ว่าไอ้ 7แสนกว่าวัตต์ต่อชั่วโมงนี่มันเท่าไหร่ มากหรือน้อยกันนะ
ลองเทียบง่ายๆค่ะ หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ หรือหลอดไฟบ้านทั่วไป จะกืนไฟอยู่ที่ 11 ถึง 100วัตต์ต่อชั่วโมงค่ะ
ก็ลองคำนวณดูได้ค่ะว่าประหยัดไป7แสนต่อชั่วโมงนั้นเยอะมั้ย
...
แต่หากเป็นการเปรียบเทียบส่วนตัวแล้ว อยากเล่าให้ฟังง่ายๆอย่างนี้ค่ะ
ขับรถไกลออกไปจากกทม.ประมาณ 6 ชั่วโมง ที่หมู่บ้านคลิตี้ อ.ทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ขณะนี้ เขายังไม่มีไฟฟ้าใช้กันเลย แม้ว่าตัวจังหวัดกาญเองสละผืนป่าเพื่อสร้างเขื่อน ปั่นไฟให้คนได้ใช้กันทั่วประเทศ
คิดแค่นี้ เราก็รู้สึกแล้วว่า ประหยัดได้จะ 5 watt หรือ 7แสน watt ก็ช่วยกันเถอะค่ะ
แล้วก็ขอให้เราใช้พลังงานอย่างขอบคุณแหล่งที่มา ขอบคุณความเสียสละที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า และนึกถึงคนที่ไม่มีไฟใช้ด้วยนะคะ
...
enjoy searching http://www.blackle.com/ :)

วันอาทิตย์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

กลับสู่วัยใส ใช้ผ้าเช็ดหน้ากันเถอค่ะ

เมื่อก่อนสมัยเป็นสาวคอนแวนต์มีแก๊งค์เพื่อนสาว มีกระเป๋าที่เสื้อนักเรียน เราก็ใช้ผ้าเช็ดหน้ากุ๊กกิ๊กกันดี เพราะบนโต๊ะที่โรงอาหารก็ไม่ได้มีกระดาษทิชชูไว้บริการเหมือนร้านอาหารทุกวันนี้ พอไม่เป็นสาวคอนแวนต์ แต่กลายเป็นสาวปอนๆมอมๆ ก็ใช้กระดาษทิชชูบ้าง เช็ดเอากับเสื้อผ้าตัวเองบ้าง ไม่ค่อยอนามัยไงไม่รู้คะ
ตอนนี้เลยว่าจะกลับมาพกผ้าเช็ดหน้าเป็นสาวกุ๊กกิ๊กอีกครั้ง คงทำให้เราลดการต้องพึ่งพากระดาษทิชชูไปเยอะเลย ลองทำด้วยกันนะคะ ผู้ชายอาจจะพกผ้าลายแมนๆ อย่ากลัวเชยค่ะ ดูเท่มาดนุ่มดีออกนะคะ :)

วันเสาร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

Typolution

แหล่งที่มา ฟิ้ว กค.

วันอังคารที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

โปรโมตๆ

สำหรับคนที่สนใจเรื่องราวสิ่งแวดล้อม
สามารถเข้าชมรายการของ wwf ได้ที่
http://www.green.tv/wwf

enjoy:)